Profilo di TAR@NDA^^ - It'...ターラーンダー;あなたが 私の愛することではあり...FotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Blog


22 giugno

...เมื่อไหร่จะเข้าใจ...

 
 
วันนี้พี่ชายที่แสนน่ารักคนหนึ่งโทรมาหา...ขออนุญาตเรียกคุณธีร์ก็แล้วกัน
อันที่จริงก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากหรอก...
ก็แค่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบตามธรรมดา...ที่ไม่ธรรมดา เอ๊ะยังไง?
ที่ไม่ธรรมดาก็เพราะว่าคุณธีร์จับความรู้สึกบางอย่างจากน้ำเสียงฉันได้
ทั้งที่โดยปกติแล้ว...
ต่อให้คนที่ใกล้ชิดที่สุดอย่างพ่อกับแม่ก็ยังไม่เคยสัมผัสถึงมันได้เลยนะ
แต่คุณธีร์น่ะ อยู่ไกลยิ่งกว่านั้นอีก เรียกว่าไกลมากๆ เลยก็ได้
บางที...อาจจะเป็นเพราะว่า “ฉันเหนื่อยเกินไป” ละมั้ง
กับภาระที่แบงรับเอาไว้...
กับความคับข้องใจทางอารมณ์ที่ยังหาทางออกไม่เจอ...

นึกถึงพี่ชายอีกคนหนึ่ง...
คนที่เคยสนิทสนมถึงขั้นที่ว่า...แค่มองตาก็เข้าใจ...
บางทีอาจเป็นเพราะระยะทางที่ทอดยาวห่างไกลจากกันไปทุกที
จึงทำให้ความเข้าใจบางอย่างหล่นหายรายทาง
พี่ชาย...จึงไม่อาจเข้าใจความเป็นไปในหัวใจฉันได้อีกต่อไป
แล้วการที่พี่ชายพยายามจะเหนี่ยวรั้งสายป่านของความผูกพันเอาไว้
ก็กลับกลายเป็นการสร้างรอยแผลไว้บนหัวใจของคนเป็นน้องอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

อยากบอกพี่ชายว่า...
“อย่าเอ่ยคำว่ารักอีกเลยจะได้ไหม?
เพราะนอกจากมันจะสายเกินไป...มันยังทำให้ใครอีกหลายๆ คนต้องเจ็บปวด
สิ่งที่เลือกไปแล้ว...ตัดสินใจทำลงไปแล้ว ย่อมไม่คืนกลับมาให้เราได้มีโอกาสแก้ตัว
เราอาจเลือกใหม่ได้ในสถานการณ์ที่คล้ายกัน...
แต่ไม่อาจแก้ไขสิ่งที่ผ่านไปแล้วได้หรอกนะ
ถึงจะรักมากมายแค่ไหน...มันก็เป็นไปไม่ได้...และคงจะไม่มีวัน
น้องไม่ได้รักพี่ชายแบบนั้น...เมื่อไหร่จะเข้าใจ?”


อัดอั้นตันใจ...พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
คงต้องโทษความอ่อนแอของตัวเองที่จนแล้วจนรอดก็ไม่กล้าบอกออกไปตรงๆ สักที
ทำไมนะ...ความรู้สึกสำนึกในความดีของใครบางคนมันช่างมากมาย
จนไม่สามารถที่จะทำเรื่องที่สมควรทำได้ เพียงเพราะรู้ว่า...
‘เขาจะต้องเจ็บปวดจากการกระทำนั้น’
หรือบางที...การที่ฉันต้องแบกรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดเอาไว้นั้น
...เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว...
จะมีใครตอบคำถามมากมายในหัวใจนี้ได้ไหมนะ?

ขอบคุณ ‘พี่ชายคนนั้น’ ที่ยังคิดถึงกัน
ในโมงยามของความเดียวดาย...
การมีใครสักคนผ่านเข้ามาในชีวิต นี่มันทำให้รู้สึกดีจริงๆ นะ
ป่านนี้คุณธีร์คงจะนอนหลับไปแล้วล่ะ...หวังว่าจะนอนหลับฝันดีเช่นกันนะคะ

วันนี้...อ่อนล้า...เหนื่อยแรง...
อีกไม่ช้า...ก็คงจะผ่านพ้นไป...สักวัน...


17 giugno

BOTOX - - Botulinum toxin type A

 
 
สืบเนื่องจาก blog ของผู้พันต้น(พันโทคมกริช อินทรสุวรรณ นักแสดงท่านหนึ่งจากภาพยนตร์เรื่องนเรศวร) ที่อาการปวดหลังกำเริบจนคุณหมอต้องฉีดยาตัวนี้ให้ ก็เลยคิดว่าน่าจะเอาข้อมูลเกี่ยวกับยาตัวนี้มาเล่าสู่กันฟังสักนิด


Botox® คืออะไร?

เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกคุ้นเคยกับคำๆ นี้มาก่อนแล้ว Botox เป็นชื่อย่อของ Botulinum toxin ซึ่งผลิตโดยเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งซึ่งเป็นเชื้อกลุ่มเดียวกับเชื้อบาดทะยัก ชื่อว่า Clostidium Botulinum เป็นเชื้อที่ไม่ต้องการออกซิเจน และสารพิษที่ผลิตออกมาสามารถจำแนกออกได้ถึง 7 ชนิด แต่ที่เรารู้จักกันดีก็คือ Botulinum toxin A และ Botulinum toxin B สารพิษทั้งสองนี้เป็นชนิดเดียวกันกับที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ (อย่างที่เคยมีข่าวกรณีหน่อไม้ปี๊ปเป็นพิษที่จังหวัดน่านเมื่อหลายปีก่อน)

กลไกการออกฤทธิ์

Botulinum toxin ทั้งสองชนิดมีกลไกการออกฤทธิ์โดยจะไปยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทที่ปลายประสาทสั่งการเคลื่อนไหว (motor neuron) ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว และยังสามารถลดกาหลั่งของเหงื่อที่ต่อมเหงื่อได้

ประโยชน์ทางการแพทย์

Botulinum toxin ที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์คือ type A ซึ่งมีจำหน่ายในชื่อทางการค้าว่า Botox® โดยมีข้อบ่งใช้ที่ได้รับการยอมรับจากกระทรวงสาธารณสุขของไทยคือ
- ใช้ในการรักษาโรคตาเหล่ และโรคกล้ามเนื้อกระตุก
- ใช้ในการรักษาภาวะกล้ามเนื้อคอบิดเกร็งในคนไข้ตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป
- ใช้ในการรักษาริ้วรอยระหว่างคิ้ว (Globular Line) และภาวะกล้ามเนื้อเกร็งเฉพาะส่วนในผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดในผู้ป่วยอัมพฤต หรืออัมพาต
- ใช้ในการรักษาอาการเหงื่อออกมากใต้วงแขน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นดูเหมือนว่าประโยชน์ที่แพร่หลายที่สุดของ Botox จะอยู่ในวงการเวชกรรมความงามโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการลบรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า เรียกกันว่า “สวยด้วยพิษ” เลยทีเดียว

การฉีด botox นั้นจะให้ผลในการรักษาประมาณ 3-6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายของแต่ละคนด้วย การฉีดซ้ำจะทำให้ผลในการรักษาชัดเจนขึ้นและอยู่ได้นานขึ้นกว่าการฉีดในช่วงแรกๆ

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากการฉีด Botulinum toxin อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ อาการปวดบริเวณที่ฉีด(เพราะต้องฉีดหลายตำแหน่ง) ,อาการป่วยคล้ายเป็นหวัด(Flu-like Symtoms), ปวดศรีษะ, อาการทางระบบทางเดินอาหาร, และอาจเกิดอาการหนังตาตก หรือใบหน้าไม่สามารถแสดงอารมณ์ได้ชั่วขณะ(สำหรับกรณีฉีดบนใบหน้า)เนื่องจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้

ข้อห้ามใช้

Botulinum toxin มีข้อห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร, ผู้ป่วยที่มีโรคเกี่ยวกับเนื้อและระบบประสาท เช่น myastenia gravis ,multiple sclerosis และนอกจากนี้ยังห้ามใช่ร่วมกับยาในกลุ่ม aminoglycoside, penicillamine, calcium chanel blocker อีกด้วย

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ botox (ตามประสาเภสัชกร)

- Botox จะมีขนาดของยาเป็นหน่วย (unit) โดยหนึ่ง unit จะเท่ากับขนาดของยาที่ทำให้หนูห้าสิบตัวในหนึ่งร้อยตัวตาย หรือที่เรียกกันอีกอย่างว่าค่า LD50 นั่นเอง ฟังแล้วสยองขึ้นมานิดๆ เหมือนกันเนอะ

- Botulinum toxin มีชื่อเรียกอื่นๆ อีกคือ "sausage poison" หรือ "Canadian bacon pathogen" เพราะเป็นสารพิษที่เกิดจากการถนอมอาหารประเภทเนื้อโดยขาดสุขอนามัย

- Botulinum toxin เป็นสารที่มีความเป็นพิษสูงมาก โดยมีค่า LD50 อยู่ที่ 1 ng/kg ดังนั้นสารพิษเพียง 1 กรัมก็มากพอจะฆ่าคนได้นับล้านคนทีเดียว

- นอกจากประโยชน์ทางการแพทย์แล้วยังมีการคาดการณ์กันว่านำจะมีการนำเอา Botulinum toxin มาทดลองทำเป็นอาวุธเคมีอีกด้วย(อันนี้น่ากลัวที่สุด)

- แถมอีกนิดเรื่องการแก้พิษ ปัจจุบันมีการผลิตยาแก้พิษสำหรับ Botulinum toxin ออกมาแล้วในรูปแบบของ antibody หรือสารภูมิคุ้มกัน โดย antibody ที่ได้ผลิตจากม้า(คล้ายๆ กับการผลิตเซรุ่มแก้พิษงูเลยเนอะ) มีอยู่ด้วยกันสองแบบคือ Trivalent (A,B,E) Botulinum Antitoxin และ Heptavalent (A,B,C,D,E,F,G) Botulinum Antitoxin ซึ่งทั้งสองแบบนี้ยังไม่มีใช้ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นจะกินของหมักของดองอะไรก็ดูให้ดีๆ เสียก่อนนะคะ พลาดพลั้งไปอาจหมายถึงชีวิตได้

เขียนไปเขียนมาชักจะรู้สึกว่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจะยาวกว่าเนื้อหาเสียแล้วเลยขอจบไว้แต่เพียงเท่านี้นะคะ อาจจะไม่ละเอียดเท่าไหร่นักเพราะพยายามจะเขียนด้วยภาษาที่คนที่ไม่ได้เรียนทางวิทยาศาสตร์การแพทย์มาเข้าใจได้ง่ายๆ ใครมีข้อสงสัยหรือมีข้อแนะนำประการใดรบกวนคอมเมนท์ไว้ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งค่ะ

"ถ้าเห็นว่าดีกรุณาบอกต่อ แต่ถ้าเห็นว่าไม่ดีกรุณาบอกเจ้าของบล็อคค่ะ"
 
08 giugno

นิทานกาลครั้งหนึ่ง

 
กาลครั้งหนึ่ง...
 
ชายหนุ่มช่างฝันยืนอยู่บนโลกกลมๆ ใบนั้น
โลกกลมๆ ใบนั้นโอบล้อมด้วยหมู่ดาว
 
ก่อนกาลครั้งนั้น...
 
ชายช่างฝันเคยมองเห็นดวงดาวในครั้งก่อน
เขามองเห็นดวงดาวโอบล้อมรอบกาย แบ่งปันเรื่องราวมากมาย
ชายช่างฝันไม่เคยคิดว่า เขาจะลืมความสำคัญของดวงดาว
 
กลางวันนี้...
 
อาทิตย์ทอแสงสีชมพู...แสงแดดบดบังแสงดาว
ดาวยังคงอยู่เคียงข้าง...แต่เลือนรางจนมองไม่เห็น
 
กลางคืนนั้น...
 
กาลเวลาผ่าน...แดดจางหาย
ชายช่างฝันอ่อนล้า หลับตาลง
ดวงดาวทอแสงระยับ...แต่เขาไม่ได้ลืมตาดู
 
ในวันและคืน...
 
ในวัน --> ชายช่างฝันลืมตา ยิ้มกับการกลับมาของแสงตะวัน
ในคืน --> ดวงดาวยังคงอยู่ แต่ไม่อาจมองเห็น
ในคืน --> ชายช่างฝันหลับตา คิดถึงแสงตะวันที่จากไป
ในคืน --> ดาวทอแสงอยู่ แต่เขาไม่รู้เพราะมัวหลับฝัน
 
กาลเวลาผ่าน...ชายชราเหนื่อยล้ากับการมองหาแสงตะวัน
 
ในวันหนึ่ง --> ชายชราหลับตาลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
 
และแล้วคืนวันก็เปลี่ยนไป ...
 
ในคืนนั้น --> ชายชราลืมตา มองเห็นดวงดาวมากมายโอบล้อมข้างกาย...เขายิ้มอย่างดีใจ