Profilo di TAR@NDA^^ - It'...ターラーンダー;あなたが 私の愛することではあり...FotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Blog


31 dicembre

ตั้งหลัก...

 

เรื่องราวความรักในวันวาน...ที่ออกจะดูแปลกไปจากที่ควรจะเป็นอยู่บ้าง

ในที่สุดก็ดูกระจ่างชัดออกมาเสียที...

 

เพราะเป็นรักที่ไร้ขีดจำกัด...จึงให้ไปมากมายได้อย่างที่ไม่เคยต้องการอะไรตอบแทน

เพราะเป็นรักที่เกิดจากความบริสุทธิ์ใจ...ทำให้มันไม่มีรูปแบบ...ไม่สามารถจำแนกได้

 

แต่ความรักแบบนี้จะคงอยู่ได้...บนพื้นฐานของความจริงใจต่อกันเท่านั้น

เมื่อเราคิดว่าไม่มีความจริงใจ...สุดท้ายแล้วมันก็จบลง

โดยที่ฉันไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรกับมันเสียด้วยซ้ำ...

รู้สึกดีกับความชัดเจนแบบนี้จริงๆเลยนะ

ไม่เคยเสียใจที่ให้ความรักนั้นไป...แล้วก็ไม่เสียใจที่มันจบลงอีกเช่นกัน

 

อย่างนี้หรือเปล่านะ...ที่เค้าเรียกกันว่า “ไม่เหลือใจ” น่ะ

 

กับคุณแล้ว...สิ่งที่เหลืออยู่ในตอนนี้

จึงเป็นเพียงความห่วงใยในแบบที่มีให้กับคนรอบข้าง

ไม่มีอะไรพิเศษอีกต่อไป...

 

มีคนถามว่าคล้ายกับฉันจะทำใจไม่ได้เลยนะ...

นั่นมันแน่นอนอยู่แล้วล่ะ ชีวิตมันมีกติกาอยู่...

บางข้อก็สามารถละเมิดได้...แต่บางข้อนั้นถ้าผิดจากนั้นไปก็ไม่อาจยอมรับได้เลย

และกติกาพวกนี้แหละที่แบ่งคนในชีวิตออกเป็นกลุ่มต่างๆ

บางคนจึงใกล้ตัว...แต่ไกลหัวใจ...

ในขณะที่บางคนไกลตัว...แต่ใกล้หัวใจเป็นที่สุด...อะไรทำนองนั้นแหละ

โดยพื้นฐานที่สุดแล้ว...ฉันคิดว่าการที่คนสองคนจะนับเป็น “เพื่อน” กันได้

มันจะต้องมี “ความเชื่อใจ” กันในระดับหนึ่ง

ถ้าปราศจากความเชื่อใจ...เราก็เป็นได้แค่คนที่รู้จักกันมานานเท่านั้นเอง

 

น่าแปลกนะ...

ที่ในที่สุดแล้วก็สามารถคุยกับคุณได้อย่างเปิดใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ทั้งเรื่องของความรักที่เคยมี กับความรู้สึกที่แหลกสลายไปแล้ว

ทั้งที่ก่อนหน้านี้แม้จะจริงใจและตรงไปตรงมาแค่ไหนก็จะกังวลว่าคุณจะรู้สึกไม่ดีหรือเปล่าด้วยทุกครั้ง

ผิดกับคราวนี้...ฉันเลือกที่จะพูดความจริงทั้งหมดแล้วก็ไม่กังวลใจอะไรเลยด้วย

...ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเลยล่ะ...

 

“...ขอบคุณสำหรับฐานะน้องสาวที่มีให้

แต่ฉันสมัครใจจะขอเป็นแค่เพื่อนอยู่ห่างๆ ตรงนี้ดีกว่า

เพราะในความเป็นเพื่อน...เราอาจมีเรื่องปิดบังกันบ้าง...ซึ่งมันเป็นธรรมดาและยอมรับได้

แต่ฉันไม่สามารถเป็น “น้อง” หรือแม้กระทั่ง “เพื่อนสนิท” ในแบบที่เคยเป็นได้

บนพื้นฐานของความไม่เชื่อใจนะคะ...”

 

ก็บอกคุณไปอย่างนั้น

 

สำหรับฉันแล้ว...กับคนในชีวิต...มันมีลำดับขั้นของมันอยู่

แบ่งแยกกันอย่างชัดเจน...และได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน

แล้วฉันเองก็ไม่สามารถพูดบอกคุณว่า “เป็นน้อง” แต่เพียงปาก

ในขณะที่ความหมายในหัวใจและการปฏิบัติต่อกันมันไม่ใช่

เรื่องนี้ถือเป็นความซื่อตรงที่มีให้กับตัวเองนะ...

 

จากนี้ก็คิดว่าคงจะตั้งหลักได้เสียที กับความรู้สึกที่แกว่งไกวไป

ขอบคุณสำหรับมิตรภาพและความรู้สึกดีๆ ที่มีให้แก่กัน

 

“ขอบคุณนะคะ”

 

25 dicembre

สมองกับหัวใจ

 
 
 

เรามักมีคำถามว่า...ระหว่างสมองกับหัวใจอะไรสำคัญมากที่สุด

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว...คนเรามีชีวิตอยู่ได้ด้วยการทำงานที่สอดประสานกันของทั้งสองสิ่งนี้

 

ในขณะที่สมองทำหน้าที่สั่งการอวัยวะต่างๆ

หัวใจก็ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะเหล่านั้น

หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไป...ก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้...

 

ทว่าบนเส้นทางของความรัก...สมองกับหัวใจมักเดินสวนทางกัน

 

มีเพื่อนคนหนึ่งเคยบอกว่า...

หัวใจคนเรามีเพียงดวงเดียวและเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งเสมอ

...เพราะว่าหัวใจไม่หนักแน่นพอที่จะอยู่ตรงกลาง...

อีกทั้งยังมีไม่มากพอจะแบ่งเป็นสอง...

 

ต่างจากสมองนะ...

เพราะนอกจากจะตั้งอยู่ตรงกลางแล้ว...ยังแบ่งออกเป็นสองข้างอย่างชัดเจน

 

หัวใจจึงเป็นตัวแทนของความรู้สึก

ในขณะที่สมองเป็นตัวแทนของเหตุผล

 

ในชีวิตจริง...

บางครั้ง...ความรู้สึกที่เกิดขึ้นก็ยากที่จะอธิบายด้วยเหตุผล

กับอีกในบางครา...ที่เหตุผลขัดแย้งกับความรู้สึกในหัวใจ...

และการเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็เป็นเรื่องที่ยากแก่การตัดสินใจ

 

...สมอง...หรือ...หัวใจ...

 

หากเลือกสมอง...หัวใจอาจเจ็บปวด

หรือตรงกันข้าม...หากเลือกหัวใจ...อาจจะรู้สึกผิดและเสียใจในภายหลัง

 

ถ้าเป็นคุณ...คุณจะเลือกอะไรนะ?

 

 

24 dicembre

ฉันคงจะความรู้สึกช้าน่ะ

 
 

มีคนถามว่า “นึกยังไงถึงบอกว่ารักใครคนนั้น?”

นั่นสินะ...มันดูแปลกๆ ใช่ไหม?

ที่จู่ๆ ก็บอกว่า “รัก” คนที่ไม่ได้เป็นอะไรกันแม้กระทั่งคนรู้จักขึ้นมา

 

“แค่เพื่อน...แล้วทำไมถึงได้แคร์มากขนาดนั้น?”

“แบบนี้เขาไม่เรียกว่าเพื่อนแล้ว...ไม่รู้สึกตัวเลยหรือไงว่าทำตัวเหมือนคนรักเข้าไปทุกทีน่ะ?”

เพราะถูกถามซ้ำๆ ด้วยคำถามทำนองนี้

จึงกลับมานั่งทบทวนความรู้สึกของตัวเองเสียใหม่

 

โดยปกติแล้วคนทั่วไปเขาจะรู้ตัวว่าตกหลุมรักใครสักคนนี่...ต้องใช้เวลาสักแค่ไหน?

จะนานจนกระทั่งมิตรภาพนั้นแหลกสลายไปแล้วถึงได้รู้หรือเปล่านะ

มีคนเคยบอกว่า “กว่าจะมองเห็นค่าของบางสิ่ง ก็เมื่อสูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว”

นั่นน่ะ...มันตรงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับฉันในตอนนี้เลยทีเดียว

 

แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่า “ความรู้สึกช้า” น่ะ

คนอื่นยังดูรู้...มากกว่าที่ตัวเองจะรู้สึกเสียอีก

...กว่าจะยอมรับกับหัวใจตัวเองได้...เราก็ไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีกต่อไปแล้ว...

เป็นแบบนี้หรือเปล่า...

 

คุณจะเรียกคนที่ไม่ได้เป็นญาติ...เป็นคนรัก...หรือเป็นเพื่อนว่าอะไร?

นอกเหนือไปจากคำว่า “คนอื่นคนไกล” ต่อกัน

 

บนโลกใบนี้จะมีใครสักกี่คนกันนะ ที่ยอมตายดีกว่าจะเอ่ยคำว่ารักออกมา

คุณรู้ไหม...ว่าฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเหมือนกัน

แถมยังไม่ค่อยจะยอมรับกับตัวเองด้วยซ้ำว่า เผลอใจ“รัก” เข้าไปแล้วล่ะนะ

 

...เป็นผู้หญิงปากแข็ง...ดื้อด้าน...โดยเฉพาะในเรื่องหัวใจ

 

ฟังดูออกจะหัวโบราณไปหน่อยใช่ไหม...แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

ถึงคุณจะเคยบอกว่า...ผู้ชายแบบที่คุณเป็นจะรอให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายเริ่มต้น

แต่ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่จะทำแบบนั้นได้หรอกนะ...ไม่ใช่แน่ๆ

...ต่อให้รักมากมายแค่ไหน...

หรือต่อให้ต้องเจ็บปวด...หรือผิดหวังสักเพียงไหน...ก็จะไม่พูดออกมาเด็ดขาด

...นี่ล่ะ...คือฉัน...

 

ผู้หญิงบ้าบออะไรอย่างนี้ก็ไม่รู้...คุณคิดอย่างนี้บ้างไหม?

 

แต่ก็แปลกนะ...

ที่พอยอมรับกับตัวเองได้ว่ารัก...หัวใจมันก็หยุดทุรนทุราย

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเสียใจกับความเป็นเพื่อนที่มันแหลกสลายลงไปอยู่แท้ๆ

อาจจะเป็นเพราะว่าในฐานะเพื่อน...เราให้อภัยกันได้ง่ายกว่า

 

ความคาดหวังที่มีต่อคนเป็นเพื่อน...มันต่างไปจากความคาดหวังที่มีต่อคนรัก

 

แล้วฉันก็ไม่เชื่อว่าเราจะกอบกู้เอาความเชื่อใจในแบบวันวานให้กลับคืนมาได้

...ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม...

เมื่อไม่เชื่อใจกันแล้ว...ก็ยากที่ความรักจะดำรงอยู่ได้

...รักบนความไม่เชื่อใจน่ะ มันไปไม่รอดหรอก...

 

วันนี้...ก็ทำได้แต่เพียงรักอยู่ห่างๆ

ส่งความคิดถึงให้เป็นบางครั้งบางคราว...จนกว่าจะถึงวันที่ลืมคุณได้...

 

...บอกกับตัวเองอย่างนั้นล่ะ...

 

 

23 dicembre

ลมหนาว

 

ช่วงสอง-สามวันที่ผ่านมา อากาศค่อยเย็มสมกับที่เป็นฤดูหนาวขึ้นมาหน่อย

ตื่นตอนเช้า...บรรยากาศรอบตัวถูกคลี่คลุมไว้ด้วยผืนหมอกหนาหนัก

ละไอเย็นของหมอกผสมกับลมหนาวกรูเกรียว

...หนาวเนื้อ...แล้วก็บาดลึกลงถึงหัวใจ...

 

นึกถึงกวีนิพนธ์ล้านนาบทหนึ่ง...

 

“หนาวเฮยหนาว...คราวลมเดือนห้า

หนาวเหน็บอุราปวดร้อน

หนาวหมอกหนาวเหมย...ลมเชยสะท้อน

หนาวหนักหน่วงค่อนกลางไพร

หนาวเหน็บเนื้อ...บ่เท่าหนาวใจ

ถึงหนาวเพียงใดยังพอห่มผ้า

หนาวในอก...ถึงพกห่อผ้า

ผืนหลวงยาววา...บ่ร้อน...”

 

หนาวใจ...ทำยังไงก็ไม่หาย

 

จะว่าไปแล้วความรักของคุณก็คงจะคล้ายๆ กับลมหนาวนี่แหละ

...พัดผ่านมา แล้วก็ผ่านเลยไป...ไม่เคยจับต้องได้เสียที

ซ้ำร้ายที่สุดยังทิ้งไว้แต่ความแห้งแล้ง...ระทมทุกข์

 

แต่ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่จะได้กลับมาคือความว่างเปล่า

ฉันก็ยังรักคุณอยู่ดี

...รักนะ...รักเสมอ...

ไม่ว่าจะเป็นวันนี้...หรือวันไหน...

 

ผู้หญิงอย่างฉันนี่บ้าที่สุดเลยนะ คุณว่าไหม?

 

...

 

22 dicembre

ความรักทำให้คนตาบอด

 
 

มีคนบอกว่า “ความรักทำให้คนตาบอด” นั่นมันจริงหรือเปล่านะ?

สำหรับฉันแล้วมันคงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั้ง

แต่ก็คงจะเป็นอะไรที่ไม่ได้แตกต่างกันนัก...

มันคล้ายๆ กับว่าเรากำลังสวมแว่นสีหมอกอยู่น่ะ

หมอกบังตา...ทำให้โลกรอบตัวขะมุกขะมัว...ไม่ชัดเจน

 

เพราะรัก...จึงทำให้ฉันมองข้ามข้อเสียหลายๆ ข้อในตัวคุณไปได้

เพราะรัก...จึงเปิดใจยอมรับทุกอย่างทีหลอมรวมเป็นตัวคุณขึ้นมา

 

แต่นั่นคงไม่พอใช่ไหม?

เพราะที่คุณอยากได้...คือผู้หญิงตาบอด

ที่พร้อมจะให้คุณจูงไปไหนก็ได้ตามที่คุณต้องการ...อย่างนั้นหรือเปล่า?

 

ฉันไม่รู้ว่าอะไรทำให้คุณคิดอย่างนั้น

ราวกับว่าเรื่องราวของการให้อย่างไม่มีเงื่อนไขที่คุณบอกกับฉัน

แท้จริงแล้วเป็นเพียงนิทานหลอกเด็กเท่านั้น

และเด็กอย่างฉันก็โง่พอจะหลงเชื่อเสียด้วย

 

ทั้งๆ ที่รู้ว่าโดนหลอก...โดนปั่นหัวสารพัด

ฉันก็ยังเลือกที่จะอยู่ข้างๆ คุณเสมอ...

คล้ายๆ ว่า...ถูกความรักของตัวเองผูกมัดไว้

 

...รัก...คำสั้นๆ คำเดียวนี่แหละ

แต่ทำไมถึงได้มีอำนาจมากมายอย่างนี้