Profilo di TAR@NDA^^ - It'...ターラーンダー;あなたが 私の愛することではあり...FotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Blog


23 novembre

จักรวาล...นิพพาน...และเรา

 
สอง-สามวันก่อนดูรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม...
เล่าถึงกำเนิดของดวงดาวและจักรวาลว่ามีจุดเริ่มต้นมาจาก Big Bang
หมายถึงการระเบิดครั้งใหญ่ของกลุ่มก้อนพลังงาน  
เกิดการกระจายตัวก่อนจะกลายเป็นสสารที่มีมวล...วิวัฒนาการเป็นหมู่ดาวและดาราจักรต่างๆ

การระเบิดนั้นเกิดขึ้นเมื่อราวๆ 1-2 หมื่นล้านปีก่อน...

จักรวาล ณ ปัจจุบันมีขนาดประมาณ 10 ยกกำลัง 42 ล้านลูกบาศก์ปีแสง
เป็นความยิ่งใหญ่เกินกว่าที่มนุษย์เราจะนึกภาพออก
นอกจากความยิ่งใหญ่แล้ว...จักรวาลยังประกอบไปด้วยดาราจักรราวแสนล้านดาราจักร
แต่ละดาราจักรอยู่ห่างกันนับแสนปีแสง หรืออย่างน้อยที่สุดคือหลายหมื่นปีแสง
(เช่นดาราจักรแอนโรมีดาที่อยู่ใกล้ทางช้างเผือกที่สุด)
ทั้งทางช้างเผือกและดาราจักรแอนโดรมีดาเป็นส่วนหนึ่งของดาราจักรท้องถิ่น
ที่มีอยู่ทั้งสิ้นสามสิบดาราจักร...

สามสิบ...ในหนึ่งแสนล้าน...
หากคิดเทียบเป็นประชากรโลกก็เป็นเพียงสองคน จากประชากรทั้งหมด
นอกจากนั้นคือที่ว่างอันไพศาล...

วันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา...
สถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย (California Institute of Technology)
สามารถถ่ายภาพดวงดาวในยุคเริ่มแรกได้
เป็นกลุ่มดาวจำนวน 6 ดวง อยู่ห่างจากเราประมาณ 13,000 ล้านปีแสง

เมื่อคิดถึงขนาดและระยะเวลาของการถือกำเนิด
ทางช้างเผือกมีขนาดราว 180,000ปีแสง มีอายุเทียบเท่ากับจักรวาลคือ 13,600 ล้านปี
ในขณะที่โลกมีอายุเพียง 4,540 ล้านปี
แสงจากดวงดาวที่อยู่อีกฟากของทางช้างเผือกย่อมมาถึงเราก่อนหน้านี้นานแล้ว
ดังนั้นคำอธิบายสำหรับการมาถึงของแสงที่อยู่ไกลถึงขนาดนั้นก็คือ...
หลังจาก Big Bang เราเดินทางมาสู่ตำแหน่งปัจจุบัน(หรือใกล้เคียง) ด้วยความเร็วมหาศาล
คิดเป็นระยะทาง 13,000ล้านปีแสง ในเวลาสามนาที...
เป็นความเร็วที่วิทยาศาสตร์ยังประมาณไม่ได้

มีข้อคิดที่น่าสนใจอยู่ข้อหนึ่ง...
หากการที่เราเดินทางมาด้วยความเร็วเหนือแสงทำให้เราสามารถมองเห็น 'ภาพของอดีต' (ที่พึ่งเดินทางมาถึง)ได้
เราอาจตั้งสมมติฐานใหม่ได้ว่า "หากเราเดินทางด้วยความเร็วเหนือแสง เราจะมองเห็นอดีตได้"

การมองเห็นอดีต...อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "การระลึกชาติ"

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงใครหลายคนที่บอกว่าตัวเองระลึกชาติได้
แน่นอนที่สุดว่า...หากเรามองเห็นอดีต...เราย่อมเข้าใจที่มาที่ไปของตัวเราชัดเจนขึ้น
แต่อดีตย่อมเป็นอดีต...รู้แล้วได้อะไร? ไม่รู้แล้วได้อะไร?
สิ่งที่ผ่านพ้นไปแล้วย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลงแก้ไข...

ตามทฤษฎี Big Bang จักรวาลมีการขยายตัวออกเรื่อยๆ และมีมวลสารเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา
ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้ว Big Bang เกิดจากอะไร? เริ่มต้นที่ไหน? และสิ้นสุดอย่างไร?

ณ จุดเริ่มต้น...
มหาจักรวาลอาจมีขนาดเล็กกว่าอนุ-อนุภาค "ควาร์ก"
หรืออาจเป็นเพียงความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขต
และที่สุดแล้ว...เมื่อขยายตัวจนถึงที่สุด...
จักรวาลอาจกลับคืนสู่ "ความว่างเปล่า" ก็เป็นได้

และหากเป็นเช่นนั้นจริง...อาจเรียกได้ว่า...เรามีที่มาจากความว่างเปล่า เช่นกัน

นึกถึง "จุดหมาย" ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยตรัสไว้
"นิพพาน" คือความหลุดพ้น ไม่มีการเกิด ไม่มีการตั้งอยู่ อีกทั้งไม่อาจเรียกได้ว่าดับสูญ
ไฟที่ดับแล้วย่อมไม่อาจมองเห็น...
อีกทั้งยังไม่อาจบอกได้ว่าไฟนั้นไปไหนหรืออยู่ในสภาพใด...

สำหรับเรา...นิพพานนั้นยังอยู่ห่างไกล...
ทว่าความคิดบางอย่างกลับแวบผ่านเข้ามา...
บางทีนะ...บางที...
"การเดินทางไปสู่นิพพาน" อาจหมายถึงการกลับไปสู่ตัวตนที่แท้จริงของเราก็เป็นได้
"ตัวตน" ที่เป็นจุดเริ่มต้นของจักรวาล...

"ใครจะรู้?"